หมัดต่อหมัด มอก. VS IEC

อย่าให้ “มาตรฐานไทย” กลายเป็นกำแพงกั้น “มาตรฐานโลก”

เวลาเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์โซลาร์ อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบพลังงาน เราจะเห็นตรารับรองมาตรฐานความปลอดภัยทั้ง มอก. และ IEC อยู่บนสินค้า สเปก หรือเอกสารรับรองต่าง ๆ คำถามคือ 2 มาตรฐานนี้ต่างกันอย่างไร?

คำตอบแบบเข้าใจง่ายและชัดเจนคือ

มอก. = มาตรฐานของไทย

IEC = มาตรฐานระดับสากล

แต่ในวันที่ภาครัฐกำลังผลักดันให้อุปกรณ์โซลาร์บางประเภท โดยเฉพาะแผงโซลาร์เซลล์ ต้องเข้าสู่ระบบมาตรฐาน มอก. จึงเกิดคำถามสำคัญตามมาว่า ถ้าอุปกรณ์ระดับโลกที่ผ่าน IEC แล้ว แต่ยังไม่มี มอก. จะถูกกันออกจากตลาดไทยหรือไม่? แล้วนี่คือการยกระดับความปลอดภัย หรือเป็นการสร้างกำแพงให้กับประชาชนผู้ใช้โซลาร์ในไทย?

มอก. หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นกลไกของประเทศไทยที่ใช้กำกับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า ช่วยสร้างความมั่นใจว่า สินค้าที่ขายได้ผ่านข้อกำหนดที่รัฐไทยยอมรับ แต่นั่นก็ไม่ควรกลายเป็นมาตรฐานที่ “ปิดประตู” กันสินค้ามาตรฐานโลกออกจากตลาด เพราะ IEC หรือ International Electrotechnical Commission คือองค์กรมาตรฐานสากลด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ในอุตสาหกรรมโซลาร์ แผงโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายประเภทที่ขายในตลาดโลก ล้วนผ่านการออกแบบ ทดสอบ และรับรองตามมาตรฐาน IEC ที่เกี่ยวข้อง และถือเป็น “ภาษากลาง” ของโลก เป็นมาตรฐานที่ประเทศต่าง ๆ นำไปใช้ อ้างอิง หรือดัดแปลงเป็นมาตรฐานภายในประเทศของตัวเอง

คำถามสำคัญคือ ถ้าสินค้าหนึ่งผ่าน IEC จากห้องแล็บหรือหน่วยรับรองที่น่าเชื่อถือระดับโลกแล้ว หน่วยงานไทยควรมองว่าสินค้านั้น “ยังไม่ปลอดภัย” เพียงเพราะยังไม่มีตรา มอก. หรือไม่? บริษัทไทยจำนวนมากทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้าแบรนด์ที่มีมาตรฐานสูง ผ่านการรับรองระดับสากล มีประวัติการใช้งานในหลายประเทศ และใช้ในโครงการขนาดใหญ่มาแล้วทั่วโลก

หากกฎใหม่กำหนดว่า “ขายได้เฉพาะสินค้าที่มี มอก.” โดยไม่เปิดช่องให้มาตรฐาน IEC หรือใบรับรองสากลที่เทียบเท่าสามารถใช้ประกอบการรับรองได้เลย ผลกระทบอาจเกิดขึ้นทันที สินค้าระดับโลกบางรุ่นอาจขายไม่ได้ชั่วคราว, ผู้นำเข้าไทยอาจต้องแบกรับต้นทุนการทดสอบและเอกสารเพิ่ม, ประชาชนอาจมีตัวเลือกสินค้าน้อยลง และอาจต้องซื้อแพงขึ้น และตลาดอาจถูกบีบให้เหลือผู้เล่นไม่กี่รายที่ผ่านขั้นตอน มอก. ได้ก่อนแม้เทคโนโลยีหรือประสิทธิภาพอาจไม่ได้เหนือกว่า

และถ้ากฎเกณฑ์ถูกเขียนให้แคบเกินไป จะเปิดช่องให้เกิดการล็อกสเปกในโครงการรัฐหรือไม่?

หากเป้าหมายคือความปลอดภัย การกำหนดมาตรฐานของรัฐควรทำเพื่อคุ้มครองประชาชน เชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เพื่อสร้างความได้เปรียบให้ผู้ประกอบการบางกลุ่ม และเพื่อป้องกันไม่ให้ มอก. ถูกใช้ผิดเจตนา